หน้าแรก›POS ร้านอาหาร›Food Cost
P1 · Informational16 พ.ค. 202610 นาทีFood Cost

Food Cost คืออะไร ร้านอาหารควรคุมต้นทุนวัตถุดิบอย่างไร

Food Cost เป็นตัวเลขที่เจ้าของร้านอาหารทุกคนต้องเข้าใจ — ถ้าคุมไม่อยู่ ร้านจะเริ่มขาดทุนแม้ขายดี บทความนี้อธิบายตั้งแต่ นิยาม Food Cost, สูตรคำนวณ, ความแตกต่างระหว่าง Theoretical Cost กับ Actual Cost, ตัวอย่างคำนวณจริง 3 เมนูยอดนิยมในไทย, benchmark ตามประเภทร้าน, วิธีจัดการ waste/portion/supplier และ 5 วิธีลด Food Cost โดยไม่กระทบคุณภาพ

Food Cost สูตรคำนวณ + วัตถุดิบ
Food Cost = ต้นทุนวัตถุดิบ ÷ ยอดขาย × 100 · เป้าหมาย 28-35% · ตัวอย่างคำนวณจริง + เกณฑ์แต่ละประเภทร้าน

Food Cost คืออะไร

Food Cost = ต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ทำอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุม

Food Cost เป็นต้นทุนแปรผัน (Variable Cost) — ยิ่งขายมาก ยิ่งใช้มาก ดังนั้นต้องดูเป็น % ของยอดขาย ไม่ใช่ดูตัวเลขดิบ เพราะร้านที่ใช้ ฿200,000/เดือน อาจกำไรดีกว่าร้านที่ใช้ ฿80,000/เดือน หากสัดส่วนต่อยอดขายดีกว่า

สูตรคำนวณ Food Cost

Food Cost % = (ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ ÷ ยอดขายอาหาร) × 100

ตัวอย่าง: เดือนนี้ใช้วัตถุดิบ ฿120,000 ขายอาหารได้ ฿400,000
Food Cost % = (120,000 ÷ 400,000) × 100 = 30%

สำหรับการคุมต้นทุนระดับร้าน สูตรเต็มที่ถูกต้องคือ:

Food Cost ที่ใช้ = สต็อกต้นงวด + ยอดซื้อในงวด − สต็อกปลายงวด

ถ้าไม่นับสต็อกต้นงวด/ปลายงวด ตัวเลขจะคลาดเคลื่อนเพราะนับเฉพาะ "ของที่ซื้อเข้า" ไม่ใช่ "ของที่ใช้จริง" — ของที่ค้างสต็อกจะถูกนับซ้ำในเดือนถัดไป

Theoretical Cost vs Actual Cost — ตัวเลขที่ต้องเทียบทุกเดือน

เจ้าของร้านมืออาชีพไม่ได้ดู Food Cost ตัวเดียว แต่ดู 2 ตัวคู่กัน:

ความต่างระหว่างสองตัวคือ Variance — ถ้าห่างกัน >2-3% ต้องสืบสาเหตุ

สาเหตุ Varianceตัวอย่างวิธีตรวจสอบ
Portion เกินเนื้อหมูตักเกิน 20-30g ต่อจานฝึกพนักงาน + ชั่งทุกจานช่วงแรก
Waste จากของเสียผักเหี่ยว เนื้อเสียในตู้เย็นWaste log + FIFO
แถม/เลี้ยงโดยไม่บันทึกพนักงานกิน + เจ้าของแจกแขกเปิดบิล "Comp" บันทึกทุกครั้ง
ของหาย/ขโมยของแห้งหายจากชั้นเก็บนับสต็อกบ่อยขึ้น + กล้องวงจรปิด
Recipe ไม่ตรงกันพนักงานคนละคนทำสูตรไม่เหมือนกันSOP + recipe card ติดในครัว

ตัวอย่างคำนวณ Food Cost จริง 3 เมนูยอดนิยม

เมนูที่ 1: ข้าวผัดกระเพราหมูไข่ดาว — ขาย ฿80

วัตถุดิบปริมาณ/จานต้นทุน
หมูสับ80 g฿14
ข้าวสวย250 g฿4
ไข่ไก่1 ฟอง฿5
กระเพรา + พริก + กระเทียม—฿2
น้ำมัน + ซอส + เครื่องปรุง—฿2
กล่อง/ถุง (กรณีซื้อกลับ)—฿1
รวม Food Cost฿28
Food Cost %35%

วิเคราะห์: 35% สูงกว่าเป้าร้านตามสั่ง (28-32%) — ทางแก้คือเพิ่มราคาเป็น ฿85-90 หรือปรับ portion หมูเหลือ 70g (ลดต้นทุน ฿2)

เมนูที่ 2: ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูสับ — ขาย ฿60

วัตถุดิบปริมาณ/ชามต้นทุน
เส้นเล็ก100 g฿4
หมูสับ + หมูแดง60 g฿9
ลูกชิ้น3 ลูก฿4
น้ำซุปกระดูก + เครื่อง—฿2
ผัก + ถั่วงอก + ผักชี—฿1
เครื่องปรุงต้มยำ + พริก + มะนาว—฿1
รวม Food Cost฿17
Food Cost %28%

วิเคราะห์: 28% อยู่ในเป้าร้านก๋วยเตี๋ยว (25-30%) — สามารถดันเป็น Star Menu ได้ ถ้าจะลดต่ออีกให้ดูที่ลูกชิ้น (ราคาขึ้นบ่อย) และเปลี่ยนเจ้าหมูแดง

เมนูที่ 3: ลาเต้เย็น — ขาย ฿65

วัตถุดิบปริมาณ/แก้วต้นทุน
กาแฟ espresso 2 shot14 g฿7
นมสด200 ml฿8
น้ำเชื่อม15 ml฿1
น้ำแข็ง—฿0.5
แก้ว + ฝา + หลอด—฿2.5
รวม Food Cost฿19
Food Cost %29%

วิเคราะห์: 29% สูงกว่าเป้าคาเฟ่ (20-25%) — สาเหตุหลักคือต้นทุนนมสด ถ้าเปลี่ยนเป็นสัญญาซื้อนมรายเดือนหรือใช้แบรนด์รอง ลดได้อีก ฿1.5-2 ต่อแก้ว = Food Cost ลงเหลือ 26%

Benchmark Food Cost ตามประเภทร้าน

ประเภทร้านFood Cost %หมายเหตุ
ร้านอาหารตามสั่ง28-32%เน้น turnover เร็ว ต้องคุม portion
ร้านสเต๊ก / ไฟน์ไดนิ่ง35-40%วัตถุดิบเกรดสูง portion ใหญ่
ร้านบุฟเฟ่ต์35-40%คุม waste และ portion control สำคัญ
ร้านเครื่องดื่ม / คาเฟ่20-25%กำไรสูงต่อแก้ว แต่ต้องระวังนม
ร้านเบเกอรี่25-30%มี waste สูงจากของหมดอายุ
ร้านก๋วยเตี๋ยว / อาหารตามสั่งราคาประหยัด25-30%วัตถุดิบถูก แต่ portion ต้องนิ่ง
ร้านชาบู / ปิ้งย่าง32-38%เนื้อสัตว์ราคาแพง ต้องคุม last order
ร้านพิซซ่า / ฟาสต์ฟู้ด26-32%แป้ง+ชีสคงที่ ขึ้นกับ topping
สรุปสั้น: Food Cost ที่ดีคือ คงที่และอยู่ในเป้าทุกเดือน ไม่ใช่ตัวเลขต่ำสุด เพราะถ้าต่ำเกินไปอาจหมายถึง portion น้อยหรือคุณภาพลดจนลูกค้าหาย

5 วิธีลด Food Cost โดยไม่กระทบคุณภาพ

1

ต่อรองราคา supplier และเปรียบเทียบ 3 เจ้า

ขอใบเสนอราคาเปรียบเทียบทุก 3 เดือน + จัดให้มี supplier สำรอง — ลดต้นทุนได้ 3-5% ทันที

2

ลด waste ในครัวด้วย FIFO + Waste Log

ตรวจวัตถุดิบทุกวัน + จดทุกครั้งที่ทิ้งของ + จัดเรียงตู้เย็นแบบ FIFO — ลด waste 1-3%

3

ใช้วัตถุดิบเดียวกันหลายเมนู (Cross-utilization)

ลดจำนวน SKU + ใช้วัตถุดิบให้หมดก่อนเสีย + ตู้เย็นไม่ล้น — ลดทั้ง waste และเวลาในการนับสต็อก

4

ปรับ portion size ให้พอดี

ลด portion 5-10% สำหรับเมนูที่ลูกค้ามักทานเหลือ — ลูกค้าไม่รู้สึก แต่ Food Cost ลดทันที ทดสอบทีละเมนู

5

ตัดเมนู Dog (ขายไม่ออก + กำไรน้อย)

ดูเมนู Bottom 10 ในรายงาน POS — ตัดเมนูที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะตัวและไม่มีเมนูอื่นใช้ร่วม ลด complexity และ waste

วิธีจัดการเมื่อราคา supplier ขึ้น

ราคาวัตถุดิบขึ้นเป็นปกติของธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ผัก น้ำมัน — สิ่งที่ห้ามทำคือ "นั่งทับ" จน Food Cost พุ่งโดยไม่รู้ตัว ลำดับการตอบสนองที่แนะนำคือ:

  1. วัดผลกระทบเป็นตัวเลขก่อน: ของขึ้นกี่ % กระทบ Food Cost กี่จุด
  2. ลองเปลี่ยน supplier 1-2 รายก่อน ถ้าราคาขึ้นเฉพาะเจ้าเดิม
  3. ปรับ recipe เล็กน้อย เช่น ลด portion 5-10% สำหรับวัตถุดิบที่ขึ้นแรง
  4. ดันเมนูทดแทน ที่ไม่ได้รับผลกระทบ (cross-utilization)
  5. ขึ้นราคาเป็นทางเลือกสุดท้าย และเลือกขึ้นเฉพาะเมนูที่ได้รับผลกระทบ ไม่ขึ้นยกร้าน
ระวัง: การขึ้นราคาทันทีเมื่อ supplier ขึ้นเพียงครั้งเดียว เสี่ยงสูญเสียลูกค้าประจำ ควรเก็บข้อมูล 2-4 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจ และทำเฉพาะเมื่อแน่ใจว่าราคาขึ้นถาวร

ตัวอย่างร้านจริง: ลด Food Cost จาก 38% เหลือ 31%

ร้านตามสั่ง 18 โต๊ะ ย่านนนทบุรี

ปัญหา: Food Cost พุ่งจาก 32% เป็น 38% ใน 3 เดือน เจ้าของไม่รู้สาเหตุเพราะไม่ได้นับสต็อก ดูแต่ยอดขายว่ายังโตอยู่

วิธีแก้:

ผลลัพธ์ใน 2 เดือน: Food Cost ลง 38% → 31% · กำไรเพิ่ม ~฿42,000/เดือน · พนักงานยอมรับเพราะมีตัวเลขชัดเจน

POS ช่วยคุม Food Cost ได้อย่างไร

ดูเพิ่ม: จัดการสต็อกร้านอาหาร · 7 ตัวเลขต้นทุนรายสัปดาห์ · Menu Engineering แยกเมนู Star/Dog

เริ่มดู Food Cost ได้ทันที

OrderDee POS · ทดลองฟรี 30 วัน · ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

ดูระบบ POS ร้านอาหารเริ่มใช้งานฟรี

FAQ — คำถามที่เจอบ่อยเรื่อง Food Cost

Food Cost คืออะไรในความหมายของร้านอาหาร

Food Cost คือ ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหาร — รวมถึงเนื้อสัตว์ ผัก เครื่องปรุง ของแห้ง — คิดเป็น % ของยอดขายอาหาร เป็นต้นทุนหลักก้อนแรกที่เจ้าของร้านต้องคุมให้ได้

Food Cost สูตรคำนวณยังไง

Food Cost % = (ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ ÷ ยอดขายอาหาร) × 100 — เช่น ใช้วัตถุดิบ ฿30,000 ขายได้ ฿100,000 = Food Cost 30% สูตรที่แม่นยำกว่าต้องใช้สต็อกต้นงวด + ซื้อเข้า − สต็อกปลายงวด

Food Cost ที่ดีของร้านอาหารควรเท่าไหร่

ทั่วไป 28-35% — ร้านอาหารตามสั่ง 28-32%, ร้านสเต๊ก 35-40%, ร้านบุฟเฟ่ต์ 35-40%, ร้านเครื่องดื่ม 20-25%, ร้านเบเกอรี่ 25-30%, ร้านก๋วยเตี๋ยว 25-30%, ร้านชาบู 32-38%

Theoretical Cost ต่างจาก Actual Cost ยังไง

Theoretical Cost คือต้นทุนที่ ‘ควรเป็น’ ตาม recipe คูณจำนวนจานที่ขาย ส่วน Actual Cost คือต้นทุนจริงจากการนับสต็อก ถ้าห่างกันเกิน 2-3% แปลว่ามี waste, ของหาย, portion เกิน หรือพนักงานแถมโดยไม่บันทึก

จะลด Food Cost ทำได้ยังไงโดยไม่กระทบคุณภาพ

5 วิธี: (1) ต่อรองราคา supplier และเปรียบเทียบ 3 เจ้า (2) ลด waste ในครัวด้วย FIFO + waste log (3) ใช้วัตถุดิบเดียวกันหลายเมนู (4) ปรับ portion size 5-10% (5) ตัดเมนูขายไม่ออกที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะ

ควรขึ้นราคาเมนูเมื่อไหร่

เมื่อ Food Cost ต่อเมนูสูงกว่าเป้า 3-5% ติดต่อกัน 2 เดือน หรือเมื่อราคา supplier ขึ้นเกิน 10% ควรพิจารณาขึ้นราคาเมนูนั้น โดยขึ้นเฉพาะเมนูที่ได้รับผลกระทบ ไม่ขึ้นยกร้าน และเลือกขึ้นเมนู Plowhorse ก่อน Star — อ่านเพิ่มที่ Menu Engineering

POS ช่วยคุม Food Cost ได้ยังไง

POS บันทึกการขายทุกเมนูพร้อม recipe และเชื่อมกับสต็อก — เห็นเมนูไหนใช้วัตถุดิบเยอะ เมนูไหนทำกำไรจริง จัดซื้อตามที่ขายจริง และมีรายงาน Variance เปรียบเทียบ Theoretical กับ Actual Cost อัตโนมัติ

นับสต็อกบ่อยแค่ไหนถึงจะรู้ Food Cost ที่แม่นยำ

วัตถุดิบสดควรนับทุกวัน ของแห้งและเครื่องดื่มสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สต็อกทั้งหมดเดือนละ 1 ครั้ง — ถ้านับน้อยกว่านี้ ตัวเลข Food Cost จะคลาดเคลื่อนเพราะไม่รู้ของหายระหว่างทาง ดูเพิ่ม การจัดการสต็อก

คุม Food Cost ด้วย OrderDee

ทดลองฟรี 30 วัน · ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต